โพธิปักขิยธรรม(ทางเอกสู่นิพพาน)
โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ๑. สติปัฏฐาน มี ๔ ประการ ๒. สัมมัปปธาน มี ๔ ประการ ๓. อิทธิบาท มี ๔ ประการ ๔. อินทรีย์ มี ๕ ประการ ๕. พละ มี ๕ ประการ ๖. โพชฌงค์ มี ๗ ประการ ๗. มรรค มี ๘ ประการ

โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ๑. สติปัฏฐาน มี ๔ ประการ ๒. สัมมัปปธาน มี ๔ ประการ ๓. อิทธิบาท มี ๔ ประการ ๔. อินทรีย์ มี ๕ ประการ ๕. พละ มี ๕ ประการ ๖. โพชฌงค์ มี ๗ ประการ ๗. มรรค มี ๘ ประการ
สนทนาธรรมตามกาล เรื่องการเจริญสติเวลาใกล้ตาย
สนทนาธรรมตามกาล
ความรู้แจ้งในสังขตธรรม ความรู้แจ้งในปฏิจจสมุปปันนธรรม รู้ชัดว่าสิ่งนี้ถูกปัจจัยอะไร ปรุงแต่งขึ้นเป็นสิ่งนี้ได้อย่างไร รู้ชัดว่าสิ่งนี้อาศัยปัจจัยอะไร จึงเกิดสิ่งนี้ขึ้น ความรู้ชัด ความรู้แจ้ง อย่างนี้ จะทำให้รู้ชัด เห็นชัดในความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๗ หน้าที่ ๓๒๐ โอกกันตสังยุต
ด้วยวิธีนี้ ภิกษุพิจารณาเห็นกายในกายภายในอยู่ พิจารณาเห็นกายในกายภายนอกอยู่ หรือพิจารณาเห็นกายในกายทั้งภายในทั้งภายนอกอยู่ พิจารณาเห็นธรรมเป็นเหตุเกิดในกายอยู่ พิจารณาเห็นธรรมเป็นเหตุดับในกายอยู่ หรือพิจารณาเห็นทั้งธรรมเป็นเหตุเกิดทั้งธรรมเป็นเหตุดับในกายอยู่
ธรรมะเบื้องต้น ความจริงเบื้องต้น เป็นเรื่องที่ควรฟัง ควรทำความเข้าใจ เมื่อฟังแล้วสงสัย ไม่เข้าใจ ไม่แจ่มแจ้ง ควรสอบถาม สนทนา ชี้แจง เพื่อให้เกิดความเห็นตรง อันเป็นสัมมาทิฏฐิ และเป็นที่พึ่งอันประเสริฐต่อไปได้
ต้มยำเป็นของปรุงแต่ง ถ้าเราไม่รู้ว่าต้มยำปรุงแต่งขึ้นอย่างไร ไม่รู้ว่าต้มยำทำจากอะไร ไม่รู้วิธีทำต้มยำ เราย่อมทำต้มยำให้เกิดขึ้นไม่ได้ เช่นเดียวกัน ปัญญา กุศลธรรมก็เป็นของปรุงแต่ง ถ้าเราไม่รู้ว่าปัญญาก็ดี กุศลธรรมก็ดี ปรุงแต่งจากอะไร มีเส้นทางการเกิดขึ้นได้อย่างไร เราย่อมปรุงแต่งให้เกิดปัญญา ให้เกิดกุศลธรรมไม่ได้ และย่อมออกจากทุกข์ไม่ได้เลย
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๒๑ ปัตตกัมมสูตร ว่าด้วยกรรมอันสมควร
การได้พบคำสอน การได้รู้แจ้งในคำสอน ย่อมนำพาชีวิตในอยู่อย่างเป็นสุขตามอัตภาพ เบาใจทั้งในปัจจุบัน เบาใจทั้งในสัมปรายภพ
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคโปรดแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์โดยย่อ ซึ่งข้าพระองค์ได้ฟังแล้ว จะพึงหลีกออกไปอยู่คนเดียว ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจอยู่เถิด”
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคโปรดแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์โดยย่อ ซึ่งข้าพระองค์ได้ฟังแล้ว จะพึงหลีกออกไปอยู่คนเดียว ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจอยู่เถิด”
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๗ หน้า ๓๒๐ โอกกันตสังยุต
สัมมาทิฏฐิที่ยังมีอาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ ให้ผลคืออุปธิ เป็นอย่างไร คือ ความเห็นว่า ‘ทานที่ให้แล้วมีผล ยัญที่บูชาแล้วมีผล การเซ่นสรวงที่เซ่นสรวงแล้วมีผล ผลวิบากแห่งกรรมที่ทำดีและทำชั่วมี โลกนี้มี โลกหน้ามี มารดามีคุณ บิดามีคุณ สัตว์ที่เป็นโอปปาติกะมี สมณพราหมณ์ผู้ประพฤติปฏิบัติชอบทำให้แจ้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้วสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งก็มีอยู่ในโลก’ นี้เป็นสัมมาทิฏฐิที่ยังมีอาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ ให้ผลคืออุปธิ พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๔ หน้า ๑๗๖
สนทนาพระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร(๒) น้อมรับมาปฏิบัติได้อย่างไร?
สนทนาพระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร เราได้ประโยชน์จากการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าอย่างไร?
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๖ หน้าที่ ๑๗ อาหารวรรค
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๒๒ หน้า ๕๗๕ วิบากแห่งสัญญา พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๒๑ หน้า ๗๙ วิปัลลาสสูตร
ภิกษุทั้งหลาย เราก็ฉันนั้นเหมือนกัน แสดงธรรมมีอุปมาด้วยแพเพื่อ ต้องการสลัดออก ไม่ใช่เพื่อต้องการจะยึดถือแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายรู้ทั่วถึงธรรมซึ่งเปรียบดุจแพที่เราแสดงแล้ว ควรละแม้ธรรมทั้งหลาย ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงอธรรมเลย พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๒ หน้าที่ ๒๕๖
วิปลาส หรือความไม่รู้แจ้งโลก หรืออวิชชา เป็นของปรุงแต่ง อาศัยผัสสะจึงเกิดขึ้น ผัสสะแล้ว สัญญาวิปลาส(ไม่รู้แจ้งโลก) จิตย่อมวิปลาส ทิฏฐิย่อมวิปลาส ทุกผัสสะของพระอรหันต์ ทุกผัสสะของพระศาสดา สัญญาไม่วิปลาสเกิด คือเกิดการรู้แจ้งโลกทุกครั้งที่มีผัสสะ จิตจึงไม่วิปลาส ทิฏฐิจึงไม่วิปลาส
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๔ หน้า ๔๗๕ ฉฉักกสูตร
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๖ หน้า ๔๐ อุปนิสสูตร
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๒๒ หน้าที่ ๕๗๑
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๐ หน้า ๓๐๑ พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๒ หน้า ๑๐๑
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๘ หน้า ๑๓๙ สักกปัญหสูตร พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๒๐ หน้า ๓๐๐ ปฐมภวสูตร พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๖ หน้า ๑๙ โมลิยผัคคุนสูตร
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๗ หน้า ๗๕ อุปยสูตร พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๗ หน้า ๒๕๕ ภวเนตติสูตร
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๒ หน้า ๕๐๐ จูฬเวทัลลสูตร พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๘ หน้า ๓๘๑ ทุติยกามภูสูตร
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๖ หน้า ๓๗ ทสพลสูตร พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๗ หน้า ๘๗ สัตตัฏฐานสูตร พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๘ หน้า ๑๑ ปฐมปุพเพสัมโพธสูตร
พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๒๑ หน้า ๗๙ วิปัลลาสสูตร เล่มที่ ๑๖ หน้า ๑๙ โมลิยผัคคุนสูตร เล่มที่ ๑๘ หน้า ๑๓๙ สักกปัญหสูตร เล่มที่ ๒๕ หน้า ๗๗๐ อุทยมาณวกปัญหาที่ ๑๓
ฟังแล้วใคร่ครวญให้แยบคายเพื่อเจริญสติ เจริญปัญญา ได้อย่างถูกต้องตามหลักคำสอนพระศาสดา