จิตไม่วุ่นวายไม่ขัดข้องด้วยหลีกออกจากกาม - podcast episode cover

จิตไม่วุ่นวายไม่ขัดข้องด้วยหลีกออกจากกาม

Aug 05, 201919 min
--:--
--:--
Download Metacast podcast app
Listen to this episode in Metacast mobile app
Don't just listen to podcasts. Learn from them with transcripts, summaries, and chapters for every episode. Skim, search, and bookmark insights. Learn more

Episode description

"ที่ไหนมีกาม ที่นั่นมีความวุ่นวาย ที่นั่นมีความข้องขัด" เพราะกามมันแทรกซึมไปได้ในทุกเรื่องราว ยสกุลบุตร เมื่อเห็นโทษของกามจึงเริ่มระลึกได้ ไม่เผลอเพลินตามไปในความสุขต่าง ๆ เหล่านั้น…เมื่อโทษของกามที่เกิดปรากฎขึ้น มันจึงมีทางเลือกเกิดขึ้น ซึ่งอยู่ที่ว่าเห็นโทษแบบไหน และจะเลือกทางไหน ทางวน ทางอ้อม หรือทางออก…ในเส้นทางที่ไปทั้งหมดนั้น ถ้าเผื่อว่าไม่มีสติ มันจะพลาดวนมาทางเดิมแบบเดิม เราจึงต้องมีกัลยาณมิตร ผู้ที่จะชักจูงพาไปยังทางออกที่มันจะไม่วนพากลับมาที่เดิมเรื่องเดิมอีก 

สติคือการระลึกได้ จะทำให้จากที่มันวุ่นวายมีความขัดข้อง ทำให้เราสามารถเห็นโทษของกามนี้ได้ ระลึกได้ว่ามันมีทางออกอื่นคือ มรรค 8 อยู่ โดยเริ่มที่สติ ในที่นี้ให้มาระลึกถึงพุทโธไว้ในใจ จิตจะค่อยเริ่มสงบลงได้ ระลึกได้ว่าความสงบในภายในมี ไม่ได้จะต้องไปหาจากภายนอก ความวุ่นวายความขัดข้องจะระงับไปได้ ความวุ่นวายความขัดข้องเกิดขึ้นได้เพราะปรารภเรื่องของกาม ความไม่วุ่นวายความไม่ขัดข้องจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องหลีกออกจากกาม ต้องกำจัดกิเลสกามในภายใน ไม่ใช่ที่วัตถุกามในภายนอก  

พระพุทธเจ้าตรัสว่า "คนที่มีสัมมาสติแล้วจะทำสัมมาสมาธิให้เกิดขึ้น นั่นเป็นฐานะที่จะมีได้เป็นได้" สัมมาสมาธิที่เกิดขึ้นนั้น จะทำให้การปรุงแต่งทางกาย วาาจา ใจ ระงับลง ๆ จากสิ่งหยาบ ๆ (ทางกาย) ก็จะระงับลงก่อนด้วยศีล ไปตามลำดับจนถึงความนึกคิดที่ละเอียด ๆ เช่น ความคิดนึกที่เป็นไปทางกาม พยายาท เบียดเบียน คิดตำหนิคนนั้นด่าคนนี้  มันก็จะระงับลงไปด้วยสมาธิซึ่งเป็นผลของสติ  

พระพุทธเจ้าแสดง  "อนุปุพพิกถา" แก่ยสกุลบุตร ให้เห็นถึงความไม่วุ่นวาย ความไม่ขัดข้อง โดยแสดงไปตามลำดับในเรื่องของ ทาน ศีล เรื่องของสวรรค์ โทษของกาม และอานิสงส์ในการหลีกออกจากกาม อานิสงส์ของ "เนขัมมะ" จะทำให้จิตใจผ่องใส มีความชุ่มเย็น มีความร่าเริงเบิกบาน ปราศจากเครื่องเศร้าหมองต่าง ๆ แล้วให้เราพิจารณาเห็นตามความจริงว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะภายนอกหรือภายในของเรามันไม่ได้เกิดขึ้นด้วยตัวมันเองโดยส่วนเดียวเท่านั้น แต่มันต้องเกิดขึ้นด้วยการประกอบกันอาศัยกันกับสิ่งอื่น ๆ ต่าง ๆ เพราะถ้าเหตุปัจจัยมันเปลี่ยนแปลงไป สิ่งนั้นก็เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุตามปัจจัย ไม่ได้จะตั้งอยู่คงอยู่ได้ตลอดเวลา" 

เพ่งลงมาในกายของเรานี้ก็เหมือนกัน ไม่ได้ตั้งอยู่ด้วยตัวเองโดด ๆ  ต้องอาศัยอาหารจึงตั้งอยู่ได้ดำรงอยู่ได้ ดังนั้นความเป็นตัวของตัวเองมันจึงไม่มี มันจึงไม่ใช่ตัวของมันเองจริง ๆ ความจริงข้อนี้ให้เราสังเกตดู เราจะสังเกตเห็นความจริงในข้อนี้ได้ จิตจะต้องมีความสงบระงับบ้าง ปราศจากนิวรณ์ความเศร้าหมองต่าง ๆ  ให้มีความร่าเริงแจ่มใส ไม่ให้วุ่นวายไม่ให้ข้องขัด จิตเราดำเนินมาถึงจุดนี้แล้วให้เห็นตามความเป็นจริงว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเหตุปัจจัยเกิด อาศัยสิ่งอื่นเกิดแล้ว ถ้ามันเป็นเงื่อนไขตามธรรมดาที่เป็นมาด้วยความที่เกิดแล้ว มันก็เป็นเงื่อนไขตามธรรมดาแบบนี้มันไป  ที่ให้มันดับไปได้ เงื่อนไขตรงนี้คือความจริง ที่ถ้าเราสังเกตไม่เห็น เราก็จะมีความชุ่มย้อมยึดถือไปในกามนั้น เรียกว่า "กามุปาทาน"  

เราจะรักษาไม่ให้เราไม่ประมาท ก็เริ่มต้นที่สติตั้งเอาไว้ ไม่เผลอเรอไม่หลงลืมไม่ประมาท กุศลธรรม การรักษาที่จะเกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นที่ตรงนั้น การเห็นได้ตามความเป็นจริงก็เห็นได้ที่ตรงหูนั้น ที่ตานั้น ความจริงคือวิชชาก็ปรากฎขึ้นได้ ณ ที่นั้น ๆ  

แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.59 , คลังพระสูตร Ep.55 , EP.15         

Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

For the best experience, listen in Metacast app for iOS or Android